แบดมินตัน กีฬายอดนิยมกับเรื่องราวน่ารู้

แบดมินตัน กีฬายอดนิยมกับเรื่องราวน่ารู้  

 

แบดมินตัน คือกีฬาประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 อย่างคือ ไม้แบดมินตันกับลูกขนไก่ เวลาแข่งขันหรือเล่นกันจะแบ่งเป็นสองฝ่ายมีเนตคั่นกลางระหว่างสองฝั่ง เป็นกีฬาที่เรียนรู้ได้ง่ายเข้าใจง่ายเหมาะกับการเล่นเพื่อออกกำลังกายจึงได้รับความนิยมมายาวนานและมีเรื่องราวน่ารู้ที่นำมาฝากต่อไปนี้

badminton

 

ทำความรู้จักกีฬาแบดมินตันตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

ตามหลักฐานที่ปรากฏในอดีตจากรูปภาพต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่า ประวัติกีฬาแบดมินตัน แบ่งออกเป็นหลายยุคโดยเริ่มจากจีนในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 7 และต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ก็เป็นชาวอินเดียนแดงที่เริ่มเล่นกีฬาตีลูกขนไก่ ซึ่งในภาพรวมยุคแรกเริ่มจะใช้ ขนนกหรือขนไก่ผูกเป็นรูปทรงกลมและปาเล่นกันเป็นกลุ่มแบบไม่มีไม้หรือแร็กเกต กระทั่งมาแพร่หลายในญี่ปุ่นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 จึงมีการเริ่มใช้ไม้ตีทำจากกระดานแล้วหลังจากนั้นมาก็พัฒนารูปทรงผ่านยุคสมัยต่างๆ จนกระทั่งกลายเป็นไม้แบดมินตันและลูกขนไก่อย่างที่เห็นกันในปัจจุบันนี้ โดยเริ่มมีการเข้ามาสู่ประเทศไทยพร้อมทั้งเล่นกันอย่างแพร่หลายราวๆ ปี พ.ศ.2456

ว่าด้วยเรื่องกติกาและประโยชน์ของการเล่นแบดมินตัน

สำหรับวิธีการเล่นแบดมินตัน ก็ถือว่าไม่ยากเกินเมื่อมีอุปกรณ์มีสถานที่เล่นแล้วก็ฝึกและเรียนรู้ได้ซึ่งในเบื้องต้นการเล่นระหว่าง 2 ฝั่ง จะมีตั้งแต่ผู้เล่นแบบเดี่ยวข้างละ 1 คน และแบบทีมหรือคู่ ข้างละ 2 คน แบบคู่ชช, ญญ และข้างละ 2 คนแบบคู่ผสมก็คือคู่ชายหญิง ส่วนการนับคะแนนใน 1 เกมจะมี 21 แต้ม ฝ่ายชนะต้องมีแต้มมากที่สุดใน 3 เกม ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันที่ 20 คะแนนจะใช้กติกาการดิวส์ ถ้าข้างไหนทำคะแนนมากกว่าฝ่ายตรงข้าม 2 คะแนนได้ก่อนจึงจะเป็นฝ่ายชนะ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเงื่อนไขของการนับคะแนนระหว่างเล่นอีกหลายอย่าง เช่น การเสิร์ฟลูก การตีโต้ เส้นขอบ เส้นหลัง รวมถึงมารยาทต่อฝ่ายตรงข้ามที่พึงระวังต่างๆ เป็นต้น

และอย่างที่บอกไปตอนต้นว่า แบดมินตัน เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมายาวนานและมีประโยชน์กับข้อดีจากการเล่นกีฬานี้มากมาย ไม่ว่าจะประโยชน์ในเรื่องความแข็งแรงเพราะได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งยังได้ฝึกการใช้สมาธิ ใช้ไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะสายตา การเคลื่อนไหวต้องคล่องแคล่วว่องไว หรือในเรื่องของมนุษยสัมพันธ์ เพราะกีฬาชนิดนี้ต้องเล่นกับผู้อื่นที่อาจจะเป็นฝั่งเดียวกันหรือฝั่งตรงข้าม ทำให้ได้เรียนรู้ถึงการวางแผนร่วมกัน ได้รู้จักยอมรับและให้เกียรติผู้อื่น รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สรุปแล้วก็คือได้ประโยชน์ครบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่สมบูรณ์นั่นเอง