โบว์ลิ่ง (Bowling) กีฬาแห่งความสนุกสนาน

โบว์ลิ่ง (Bowling) กีฬาแห่งความสนุกสนาน

 

ถ้านึกถึงการเล่น โบว์ลิ่ง (Bowling) ในยุคนี้โดยส่วนใหญ่แล้วหลายคนน่าจะนึกถึงการเล่นกีฬาที่สนุกสนานในสถานที่เล่นโบว์ลิ่งตามศูนย์การค้าซึ่งเป็นการเล่นเพื่อพบปะสังสรรค์ทำกิจกรรมสนุกสนานแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเล่นเพื่อสุขภาพเหมือนกีฬาทั่วๆไปได้ด้วย และในครั้งนี้ก็มีเรื่องราวของกีฬาโบว์ลิ่งมาฝากดังต่อไปนี้

bowling

 

ประวัติความเป็นมาของโบว์ลิ่งจากอดีตถึงปัจจุบัน

เริ่มจากประวัติโบว์ลิ่ง มีหลักฐานว่าราวๆ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยในยุคนั้นชาวอียิปต์ได้ริเริ่มการเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ไม้เป็นแกนกับลูกหินกลมๆ กลิ้งไปทอยแก่นให้ล้ม เวลาต่อมา ราวๆ ปี ค.ศ. 400 ที่ประเทศเยอรมนีก็มีการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งเรียกว่า เคเกล ซึ่งหมายถึง นักโบว์ลิ่ง ที่ถือเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในศาสนาโดยผู้เล่นจะโยนบอลให้กลิ้งไประหว่างทางเดินในโบสถ์ให้โดนเป้าเพื่อเสี่ยงทายอะไรบางอย่าง แล้วหลังจากนั้น มาร์ติน ลูเทอร์ นักเล่นเคเกลและเป็นนักบวชนิกายโปรแตสแตนด์ได้วางกฎเกณฑ์การเล่นเคเกล นั่นคือกำหนดให้มี 1 พิน ทำให้เคเกลได้แพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เช่น อังกฤษ ฮอลแลนด์และมีการเผยแพร่ไปอีกหลายประเทศในทวีปอื่นๆ ด้วย ปี ค.ศ. 1623 มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเล่นจากกลางแจ้งเป็นในร่มและเพิ่มพินขึ้นอีกรวมเป็น 10 พิน เรียกว่า โบว์ลิ่ง

สำหรับในประเทศไทยกีฬาโบว์ลิ่งถูกนำเข้ามาเผยแพร่ราวๆ ปี พ.ศ. 2507 มีการจัดตั้งเป็นสโมสรโดยการนำของพลตรีพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการเพื่อเป็นการรวบรวมผู้ชื่นชอบการเล่นโบว์ลิ่งในยุคนั้น ต่อมาเปลี่ยนก็ได้เป็นสโมสรโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2511

bowling1

 

สำหรับในประเทศไทยกีฬาโบว์ลิ่งถูกนำเข้ามาเผยแพร่ราวๆ ปี พ.ศ. 2507 มีการจัดตั้งเป็นสโมสรโดยการนำของพลตรีพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการเพื่อเป็นการรวบรวมผู้ชื่นชอบการเล่นโบว์ลิ่งในยุคนั้น ต่อมาเปลี่ยนก็ได้เป็นสโมสรโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2511

กติกาวิธีการเล่นและประโยชน์ของโบว์ลิ่ง

โบว์ลิ่ง เป็นกีฬาที่ต้องมีทั้งสถานที่เล่นได้มาตรฐานตามกฎสากลนั่นคือ “เลน” เช่น ต้องมีความกว้าง 41-42 นิ้ว ส่วนอุปกรณ์อื่นที่สำคัญก็ประกอบด้วย “พิน” และ “ลูกบอล” รวมทั้งรองเท้าสำหรับเล่นโบว์ลิ่งโดยเฉพาะ

สำหรับกติกาโบว์ลิ่ง ในเบื้องต้นคือใน 1 เกม 10 เฟรม ผู้เล่นแต่ละฝ่ายสามารถโยนได้ 2 ครั้งและจะนับแต้มจากจำนวนพินที่ล้ม แต่ถ้าโยนลูกบอลเพียงครั้งเดียวให้พินล้มทั้ง 10 พินได้จะเรียกว่า สไตรค์ (Strike) ยกเว้นในเฟรมที่ 10 สามารถโยนได้สูงสุด 3 ครั้ง นอกจากนี้หากทำให้พินล้มทั้งหมดภายในการโยน 2 ครั้งจะเรียกว่า สแปร์ (Spare) ใครหรือทีมไหนทำคะแนนสะสมได้มากสุดเป็นผู้ชนะ ซึ่งใน 1 เกม คะแนนสูงสุดคือ 300 คะแนน

ประโยชน์ของโบว์ลิ่งและข้อดีที่เห็นได้ชัดในแง่ของผู้เล่นก็คือ ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ออกกำลังกายจากการออกแรงโยนลูกบอลและได้ฝึกวางแผนในการเล่นเป็นทีม ฝึกการใช้สมาธิและควบคุมอารมณ์ ตลอดจนความมีน้ำใจนักกีฬาต่อตนเองและผู้อื่น ที่สำคัญคือได้รับความสนุกสนานจากการเล่นกีฬาชนิดนี้ด้วย