มวยสากล (Boxing) กีฬาและศิลปะการต่อสู้แบบตัวต่อตัว

มวยสากล (Boxing) กีฬาและศิลปะการต่อสู้แบบตัวต่อตัว

 

มวยสากล (Boxing) คือกีฬาและศิลปะการต่อสู้ประเภทหนึ่งที่ในลักษณะตัวต่อตัวโดยแต่ละฝ่ายจะสู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณเพราะมีรูปแบบการแข่งขันที่ดูเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และมีประวัติความเป็นมากับเรื่องราวน่าสนใจดังต่อไปนี้

 

boxing

 

ประวัติและความเป็นมาของกีฬามวยสากล

จาก ประวัติมวยสากล ว่ากันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบซึ่งการต่อสู้ของนักมวยในสมัยนั้นไม่มีเงื่อนไขเรื่องน้ำหนักตัว ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวใดๆ และนักมวยทั้งสองจะต้องถอดเสื้อผ้าให้หมดทั้งตัว เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้มีการซ่อนอาวุธไว้ ปี ค.ศ.1693 เจมส์ ฟิกก์ (James Figg) ชาวอังกฤษผู้ชนะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้เริ่มกำหนดกฎกติกาในการชกให้มีความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังเขาได้รับยกย่องให้เป็นบิดาแห่งมวยสากล อีกทั้งยังเป็นผู้คิดค้นนวมสำหรับใช้ชกมวยอีกด้วย 

การต่อสู้แบบ มวยสากล เริ่มมีการเผยแพร่ไปยังหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งทวีปเอเชียหลังสงครามสหรัฐอเมริกา-สเปน เมื่อ ค.ศ. 1898 และในไทยก็นำกีฬามวยสากล เข้ามาครั้งแรกราวๆ พ.ศ. 2455 ซึ่งยุคนั้นเรียกกันว่า "มวยฝรั่ง" โดยเริ่มเผยแพร่ตามโรงเรียนและมีการจัดแข่งขันมวยนักเรียนในรูปแบบมวยสากลสมัครเล่นก่อนจะได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีนักกีฬาที่ไปแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ๆ มีชื่อเสียง เช่น การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก และการแข่งขันชกมวยโอลิมปิก เอเชียนส์เกมส์ ซีเกมส์ เป็นต้น 

boxing1

กติกามวยสากล ที่ควรรู้

ในกติกามวยสากล อันดับแรกจะต้องมีการชั่งน้ำหนักให้ตรงพิกัดน้ำหนักมวยของผู้ชกทั้งสอง เช่น ไลท์เวท รุ่นนี้ต้องมีน้ำหนักมากกว่า 58.9 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 61.2 กิโลกรัม สำหรับจำนวนยกในการชกมวยสากล ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 12 ยก ยกหนึ่งใช้เวลา 3นาที หยุดพักระหว่างยก 1 นาที เมื่อครบ 12 ยกใครได้คะแนนมากว่าเป็นผู้ชนะหรือบางกรณีก็สามารถตัดสินให้ชนะได้โดยไม่ต้องชกให้ครบ 12 ยก เช่น ชนะน็อคเอาท์ เมื่อมีฝ่ายที่ล้มลงกับพื้น พิงเชือก นับ 1-10 แล้วไม่ลุก หรือ ชนะแบบเอาท์คลาสเพราะคู่แข่งห่างชั้นกันมากเกินไป 

ประโยชน์ของมวยสากล ในแง่ของผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ก็คือ ประโยชน์ในเรื่องของระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม ที่ไม่ได้มีแค่การชกด้วยหมัดแต่ต้องดูแลร่างกายด้วยการวิ่ง กระโดดเชือก รวมถึงการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในพิกัดของรุ่นที่จะแข่งขัน เมื่อฝึกเป็นประจำร่างกายก็จะแข็งแรงสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัด และนอกจากฝึกเพื่อไปแข่งขันแล้วยังสามารถใช้เป็นศิลปะเพื่อป้องกันตัวจากอันตรายได้อีกด้วย