คาราเต้ (Karate) กีฬาและศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่น

คาราเต้ (Karate) กีฬาและศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีกีฬาและศิลปะการต่อสู้หลายประเภทที่ได้รับความนิยมซึ่ง คาราเต้ (Karate) ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยมีจุดเด่นคือ เทคนิคการต่อสู้มือเปล่าแบบปราศจากอาวุธบนพื้นฐานการต่อย การบล็อก การใช้มือ แขน ข้อศอกเป็นหลัก ทำให้มีท่าท่างการต่อสู้ที่ดูสง่างาม แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ตามที่ได้นำมาฝากดังต่อไปนี้

karate

ความเป็นมาและประวัติคาราเต้

จากประวัติคาราเต้ ได้บันทึกไว้ว่าคาราเต้มีความเป็นมาและจุดเริ่มต้นที่หมู่เกาะโอกินาวะในสมัยที่ยังทำการค้าขายกับจีน ราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยชื่อ คารา มีความหมายว่า “ความว่างเปล่า” และเต้ ที่แปลว่ามือ รวมกันเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า สมัยนั้นกังฟู ได้นำมาเผยแพร่จนทำให้มีการพัฒนาเป็นศิลปะป้องกันตัวของเกาะโอกินาวะหรือริวกิวโดยมีชื่อเรียกในขณะนั้นหลายแบบ เช่น โทเดะ(Toudei) โอกินาว่า-เต้(Okinawa te) ราวๆ ปี ค.ศ 1922  คาราเต้ได้ถูกนำมาสาธิตครั้งแรกที่งานแสดงศิลปะป้องกันตัว กรุงโตเกียว โดยปรมาจารย์ กิอิชิน ฟุนาโกชิ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ได้เผยแพร่ไปยังที่ทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว มีการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ได้จัดตั้งเป็นชมรมในมหาวิทยาลัยเคโอเป็นแห่งแรก กระทั่งปัจจุบันคาราเต้ก็ได้เผยแพร่ความนิยมไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยก็มีสมาคมกีฬาคาราเต้โด มีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเยาวชนรวมทั้งมีนักกีฬาที่ไปร่วมแข่งขันรายการระดับสากลด้วย

karate1

วิธีการเล่นคาราเต้ และประโยชน์ที่ได้รับ

การเล่นคาราเต้แบ่งออกเป็นหลายประเภท หลายระดับ คาราเต้พื้นฐาน จะเน้นการทรงตัว การฝึกใช้ท่าทางและเคลื่อนไหวจนกว่าจะเกิดความเชี่ยวชาญ เช่นการฝึกปล่อยหมัดและป้องกัน การฝึกเตะสะบัดเท้าแบบต่างๆ แล้วก็ยังมีท่าคาราเต้ ที่ยากขึ้นเมื่อชำนาญพื้นฐานแล้ว เช่น การใช้สันมือท่ามีดสับ ท่ากระทุ้ง ท่าพุ่งหอก เทคนิคการจู่โจม การป้องกันตัวที่ต้องมีคู่ซ้อม เป็นต้น

สำหรับกติกาคาราเต้ ในการแข่งขันรายการระดับสากล ปกติการแข่งขันแต่ละคู่จะใช้เวลาประมาณ 2 นาที ในภาพรวมของการให้คะแนน ผู้เล่นจะต้องใช้เทคนิคของคาราเต้ได้ถูกต้องและโจมตีเป้าหมายได้ตรงจุดมากที่สุด การเข้าปะทะต้องไม่รุนแรงเกินไปและห้ามปะทะรุนแรงบริเวณใบหน้าและศีรษะ ใช้ท่าทุ่มที่เป็นอันตรายซึ่งถือเป็นกฏที่สำคัญมาก ผู้เล่นฝ่ายใดทำแต้มได้ 8 คะแนนได้ก่อน หรือได้มากกว่าคู่ต่อสู้หลังหมดเวลาถือว่าเป็นผู้ชนะ

และประโยชน์ของคาราเต้ จากการฝึกฝนเป็นประจำก็มีหลายด้าน ทั้งด้านความแข็งแรงของร่างกาย ได้วิชาศิลปะป้องกันตัว นอกจากนี้การเล่นคาราเต้ ยังมีส่วนช่วยในการฝึกสมาธิ ฝึกความแข็งแกร่งของจิตใจตามหลักปรัชญาแห่งเต๋าอีกด้วย